คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และสภารัฐกิจ เผยแพร่เอกสารวาระการพัฒนาประเทศฉบับใหม่ เรื่องการยกเครื่อง “ระบบโลจิสติกส์ แบบครบวงจร” ในปี 2035 เพื่อทำให้การขนส่งหรือการสั่งของจากจีนนั้นรวดเร็วขึ้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก นายหวัง ซีชิง เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงคมนาคม กล่าวกับ “ซินหัว” ว่าจีนมุ่งเป้าหมายการพัฒนาและยกระดับระบบการขนส่งแบบครบวงจร หรือ “สมาร์ทโลจิสติกส์” โดยจะมุ่งไปที่การขยายขีดความสามารถของโลจิสติกส์จีนให้กว้างขวางขึ้น และเพิ่มความเร็ว “ระดับสูงสุด” ให้กับระบบขนส่งต่าง ๆ ซึ่งจะครอบคลุม 3 เครือข่ายหลัก ตั้งแต่รถไฟความเร็วสูง, ทางด่วนพิเศษ 

วาระการพัฒนาฉบับล่าสุดนี้ ยังหมายรวมถึง การยกระดับขีดความสามารถให้กับเส้นทางเดินเรือ และท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของจีน และยังเพิ่มวาระการพัฒนาสำหรับถนนไฮเวย์และทาง รถไฟในเขตพื้นที่ชนบท ซึ่งอยู่ในการพัฒนาความเร็ว “ระดับปานกลาง-สูง” นายหวังกล่าวว่า นอกจากเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จีนต้องการแก้ไขการจราจรที่แออัดและกระจุก ตัวในบางพื้นที่ โดยแผนการขนส่งอัจฉริยะจะใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), บล็อก เชน และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อประมวลงานที่มีรูปแบบซับซ้อน ระบบโลจิสติกส์ใหม่นี้ ยังตั้งเป้า พัฒนาความเร็วสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก โดยรัฐบาลจะเริ่มพัฒนา 2 โปรเจ็กต์ใหญ่ ได้แก่ การขยายเส้นทางรถไฟไฮสปีดเทรนเป็น 6,800 กิโลเมตร จากปัจจุบันมีความยาวอยู่ที่ 3,200 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้ความยาวของเส้นทางรถไฟความเร็วสูงทิ้งห่าง “สเปน” ที่มีเครือข่ายรถไฟ ความเร็วสูงยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน อยู่ที่ 3,100 กิโลเมตร ตามด้วยญี่ปุ่น เยอรมนี และ ฝรั่งเศส ส่วนอีกหนึ่งของโปรเจ็กต์ก็คือ การเพิ่มความเร็วสูงสุดให้กับระบบโลจิสติกส์ โดยตั้งเป้าจัดส่ง สินค้าภายใน 1 วันทั่วประเทศจีน, 2 วันสำหรับการจัดส่งไปยังชาติเพื่อนบ้าน และ 3 วันในทั่วโลก

นายหวังกล่าวว่า โปรเจ็กต์นี้จะอื้อให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตทั่วโลก และที่สำคัญสินค้าส่วนใหญ่ถูกส่งออกจากจีนและในฐานะที่จีนยังติดอันดับประเทศที่มีค่ามลพิษที่เป็นอันตรายของโลก จีน จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่ต้อง “ลดมลพิษ” และ “ประหยัดพลังงาน” เท่านั้นและจะทำให้การสั่งของจากจีนนั้นรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published.